ค่า SPT-N (Standard Penetration Test N-value) คือจำนวนครั้งที่ต้องใช้ค้อนมาตรฐานตอกให้กระบอกเก็บตัวอย่าง (Split Spoon Sampler) จมลงในดิน 30 เซนติเมตร (12 นิ้ว) สุดท้าย ของระยะตอกทั้งหมด 45 เซนติเมตร (18 นิ้ว) โดยเป็นค่าที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในงานสำรวจชั้นดินและออกแบบฐานราก

SPT-N บอกอะไรได้บ้าง
1. ความแน่นของดินทราย (Relative Density)
สำหรับดินเม็ดหยาบ เช่น ทรายและกรวด ค่า N ยิ่งสูง แสดงว่าดินยิ่งแน่น
| ค่า N | สภาพดินทราย |
|---|---|
| 0–4 | หลวมมาก |
| 4–10 | หลวม |
| 10–30 | แน่นปานกลาง |
| 30–50 | แน่น |
| >50 | แน่นมาก |
2. ความแข็งตัวของดินเหนียว (Consistency)
สำหรับดินเหนียว ค่า N สัมพันธ์กับความแข็งของดิน
| ค่า N | สภาพดินเหนียว |
|---|---|
| 0–2 | อ่อนมาก |
| 2–4 | อ่อน |
| 4–8 | แข็งปานกลาง |
| 8–15 | แข็ง |
| 15–30 | แข็งมาก |
| >30 | ดาล |
3. กำลังรับน้ำหนักของดิน (Bearing Capacity)
วิศวกรสามารถใช้ค่า N ประมาณค่ากำลังรับน้ำหนักปลอดภัยของฐานรากตื้นได้ โดยอาศัยความสัมพันธ์เชิงประสบการณ์
ตัวอย่าง:
- N ต่ำ → กำลังรับน้ำหนักต่ำ
- N สูง → กำลังรับน้ำหนักสูง
แต่การออกแบบจริงต้องใช้ร่วมกับข้อมูลอื่น เช่น ชนิดดิน ระดับน้ำใต้ดิน และผลทดสอบห้องปฏิบัติการ
4. กำลังเฉือนของดิน (Shear Strength)
โดยเฉพาะดินเหนียว สามารถประมาณค่า
- Undrained Shear Strength (Su)
- Cohesion (c)
จากความสัมพันธ์เชิงประสบการณ์กับค่า N ขึ้นกับสภาพดินและมาตรฐานที่ใช้
5. การทรุดตัว (Settlement)
ค่า N ใช้ประมาณ
- Compression Modulus
- Elastic Modulus (Es)
ซึ่งนำไปคำนวณการทรุดตัวของฐานรากได้
6. การออกแบบเสาเข็ม
ค่า N ใช้ในการประเมิน
- แรงเสียดทานรอบเสาเข็ม (Skin Friction)
- กำลังรับน้ำหนักปลายเสาเข็ม (End Bearing)
- ความลึกชั้นดินแข็งที่เหมาะสม
ตัวอย่างเช่น ในประเทศไทยมักใช้เกณฑ์ว่า
N > 30 : ถือเป็นชั้นดินรับกำลังได้ดี
N > 50 : ถือเป็นชั้นดินรับกำลังได้ดีมาก
7. การประเมินศักยภาพการเกิด Liquefaction
ในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว ค่า SPT-N ที่ปรับแก้แล้ว Corrected N-value หรือ (N1)60 ใช้ประเมินว่า
- ดินมีโอกาสเกิด Liquefaction หรือไม่
- ความรุนแรงของการสูญเสียกำลังรับน้ำหนักของดิน
สิ่งที่ SPT-N ไม่สามารถบอกได้โดยตรง
ค่า N เพียงอย่างเดียวไม่สามารถระบุได้แน่นอนว่า
- ชนิดของดินที่แท้จริง
- ค่าการทรุดตัวที่แม่นยำ
- กำลังรับน้ำหนักที่แน่นอน
- คุณสมบัติทางวิศวกรรมทั้งหมด
จึงต้องใช้ร่วมกับ
- Boring Log ของหลุมเจาะ
- ตัวอย่างดินจากหลุมเจาะ
- ผลทดสอบ Atterberg Limits
- ค่า Moisture Content
- ค่า Unit Weight
- และ Laboratory Test อื่นๆที่จำเป็นในการวิเคราะห์
ตัวอย่างการตีความเบื้องต้น
สมมติผลเจาะสำรวจดินที่มีลักษณะคล้ายดินเหนียวได้ค่า SPT-N ดังนี้
| ความลึก (m) | N |
|---|---|
| 1.5 | 2 |
| 3.0 | 5 |
| 6.0 | 12 |
| 9.0 | 28 |
| 12.0 | 55 |
ตีความได้ว่า
- 0–3 ม. : ดินอ่อนมากถึงแข็งปานกลาง
- 3–6 ม. : ดินแข็งปานกลางถึงแข็ง
- 6–9 ม. : ดินแข็งถึงแข็งมาก
- 9–12 ม. : ดินแข็งมากถึงดาล
จากข้อมูลในข้างต้น รูปแบบของฐานรากที่จะเลือกใช้งานก็ควรจะเป็นฐานรากเสาเข็มประเภทใดปประเภทหนึ่ง โดยความยาว (ความลึกปลายเสาเข็ม) ไม่ควรน้อยกว่า 9 เมตร จากระดับผิวดิน (แต่ความยาวที่จะสามารถรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยนั้นจะต้องทดสอบตัวอย่างดินและทำรายการคำนวณโดยละเอียดอีกครั้ง)
ดังนั้นโดยสรุป ค่า SPT-N เป็นตัวชี้วัดความต้านทานของดิน และใช้ประเมินความแน่น ความแข็ง กำลังรับน้ำหนัก กำลังเฉือน การทรุดตัว และความเหมาะสมของชั้นดินสำหรับงานฐานรากได้ แต่ต้องใช้ร่วมกับข้อมูลสำรวจดินอื่น ๆ เสมอเพื่อให้การวิเคราะห์ออกแบบมีความถูกต้องและน่าเชื่อถือมากที่สุด
